หน้าแรกท็อปไลน์ - ไดมอนด์
ค้นหาเพลง
 
8 พฤษภาคม 2556
หน้าแรกท็อปไลน์ - ไดมอนด์>วาไรตี้ > ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

 

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

 ทวี มีเงิน

 ปรากฏการณ์ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" เกิดตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง ตอนนั้นเป็น "ปลาเทศฮุบปลาไทย" บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติฮุบธุรกิจคนไทยต้องล้มหายตายจากเหลือเพียงตำนาน ที่อยู่ก็แค่ประคองเอาตัวรอด

 แต่เวลานี้ ที่ธุรกิจคนไทยตื่นตัวรับ "เออีซี" กันคึกคัก ยักษ์ใหญ่รุกขยายกิจการ ซื้อหรือควบรวมกิจการเพื่อให้ขนาดใหญ่ขึ้นรองรับตลาดใหม่กำลังซื้อใหญ่กว่าเดิมเกือบ 10 เท่า และเพื่อตั้งรับยักษ์ใหญ่ในอาเซียนด้วยกัน

 ขณะเดียวกัน ธุรกิจในเมืองหลวงสยายปีกไปกินพื้นที่ในต่างจังหวัดมากขึ้น เห็นชัดเจนคือ กลุ่มค้าปลีกทั้งโมเดิร์นเทรด ดิสเคาน์สโตร์ เฉพาะอย่างยิ่ง

 "ร้านสะดวกซื้อ" จนร้านขายของชำในต่างจังหวัดต้องล้มหายตายจากไป

 เมื่อสองวันก่อนได้คุยกับนักธุรกิจทางอีสานใต้คนหนึ่ง ทำบริษัทรับเหมาที่โคราช เล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้เถ้าแก่ขายวัสดุก่อสร้างที่โด่งดังของจังหวัดสมัยก่อนที่รู้จักกันดีโดนบริษัทขายวัสดุก่อสร้างของบริษัทยักษ์ใหญ่จากรุงเทพฯแบรนด์ดังๆ 4-5 ราย เข้ามาบุกตลาดเปิดสาขาแย่งลูกค้าถึงถิ่น พวกนี้เป็น"แบรนด์ดัง"ที่รู้จักกันดีในกรุงเทพฯ มีระบบการบริหารจัดการและการบริการดีกว่า สายป่านยาวกว่าธุรกิจท้องถิ่น จึงแย่งลูกค้าไปกินเกือบหมด

 เขาเล่าว่า ร้านวัสดุเก่าแก่รายหนึ่ง แต่ก่อนขายเหล็กเส้นวันละ 30 คันรถ แต่ทุกวันนี้เหลือไม่ถึง 3 คันรถ ต้องพลิกกลยุทธ์เน้นขายปูนซีเมนต์เป็นหลัก และขยายไลน์ไปทำธุรกิจบ้านจัดสรรรเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ อีกด้านหนึ่งเพื่อเป็นการระบายสินค้าในร้าน

 แต่กลับไม่ราบรื่นเหมือน "หนีเสือปะจระเข้" เลิกขายวัสดุก่อสร้างไปทำคอนโดฯ บ้านจัดสรร กลับต้องไปเจอคู่แข่งบริษัทจัดสรร"แบรนด์ดัง"จากกรุงเทพฯที่ขยายการลงทุนเข้าไปในโคราช ด้วยชื่อชั้นที่เหนือกว่า วันที่โครงการบ้านจัดสรรท้องถิ่นเปิดตัวแทบไม่มีใครจอง แต่โครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่มาจากกรุงเทพฯเปิดจองคนไปรอตั้งแต่ตี 2 ธุรกิจท้องถิ่นเจ๊งอีกตามเคย

 อีกคนเป็นที่ปรึกษาห้างชื่อดังในจังหวัดสุรินทร์ เล่าว่าตอนนี้บรรดาเจ้าของห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่นกำลังหวาดผวาที่ห้างยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพฯจะไปเปิดสาขา ตอนนี้กำลังคิดกันอยู่ว่าจะสู้กันอย่างไร เพราะเสียเปรียบทุกอย่าง สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง

 เข้าตำราปลาใหญ่กินปลาเล็ก ต้องดิ้นรนเองไร้การเหลียวแล
แหล่งที่มา :